ยินดีต้อนรับ

http://insuranceadvicehq.com/wp-content/uploads/2017/08/ประกันภัยรถยนต์.jpg

ดิฉัน วิภาวี รุ่งจิรธนานนท์ ตัวแทนประกันของศรีกรุงโบรคเกอร์ ใบอนุญาตเลขที่ 5704027501 ยินดีรับใช้ทุกท่านค่ะ มีข้อสงสัยหรือต้องการบริการใดๆเพิ่มเติมติดต่อได้ทางไลน์ค่ะ

ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก ชั้น 1 2 3

การประกันภัยประเภท 1 (ชั้น1) จะให้ความคุ้มครองมากที่สุด กล่าวคือ ครอบคลุมมากที่สุดนั่นเอง
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหมของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
ประกันภัยชั้น2
ประเภท 2 (ชั้น2) ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครองครอบคลุมถึง
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
ประกันภัยชั้น3
ประเภท 3 (ชั้น3) เป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกันรถยนต์

รู้ไหม? ประกันรถยนต์ดี ๆ ตามสไตล์คุณ คุณเลือกได้

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยอยู่ว่า  การทำประกันรถยนต์ มีความจำเป็นสำหรับเราทุกคนในยุคนี้หรือไม่  จริง ๆ แล้วต้องขอบอกเลยนะคะว่า  การจัดทำประกันรถยนต์  ถือได้ว่ามีความจำเป็นสำหรับทุกคนอย่างมาก  เนื่องจากในปัจจุบันนี้  ท้องถนนถูกเติมเต็มไปด้วยรถยนต์แน่นเอียดไปหมด  ซึ่งรถยนต์ทุกคันที่มาเจอกันบนท้องถนน ยังคงมีกลุ่มคนที่ไม่ได้ทำประกันรถยนต์ด้วยเช่นกัน  เพราะฉะนั้น การทำประกันรถยนต์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม  หากเราคิดในทางที่ดี ก็คือ ถือได้ว่าเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หรือไม่ ก็ถือได้ว่าเป็นการบริหารเงินแบบทางอ้อม ซึ่งเราทุกคนสามารถทำได้นั่นเอง  ส่วนในเรื่องของทุนประกันรถยนต์  ต้องขอบอกเลยค่ะว่า ไม่จำเป็นว่าจะต้องมากมายเสมอไป  เพียงแค่คุณเลือกให้อยู่ในระดับที่พอดี ก็เพียงพอแล้วค่ะ

มาทำความรู้จักกับ “ทุนประกัน” ให้มากขึ้นกันเถอะ

อย่างแรก ขอให้ทุกคนจดจำกันไว้เลยนะคะว่า  “ทุนประกัน”  ถือได้ว่าเป็น “สินไหมทดแทน” และสินไหมทดแทนที่ว่านี้ ก็คือ เงินที่ทางบริษัทประกันจะต้องจ่ายให้กับผู้ที่ทำประกัน  ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์หาย  เกิดไฟไหม้  หรือเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งการจ่ายสินไหมทดแทน จะถูกจ่ายตามเงื่อนไขที่ทางกรมธรรม์ได้ทำการระบุเอาไว้โดยตรง  แต่อย่างน้อย ทางบริษัทประกันเอง มักจะจ่ายเงินตามความจริง ซึ่งจำนวนเงินจะสูงสุดไม่เกินจากทุนประกัน ที่ได้มีการระบุเอาไว้ภายในกรมธรรม์

ซึ่งปกติแล้ว  ทุนประกัน  มักจะมีผลแปรผันตามจำนวนเงินเบี้ยประกันเสมอ  ซึ่ง “เบี้ยประกัน”  ก็คือ เงินที่เราจะต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัยโดยตรง  เพื่อที่จะให้บริษัทคุ้มครองรถยนต์ของเรา  เพราะฉะนั้น  ถ้าหากเราเลือกที่จะจ่ายเบี้ยประกันน้อย  ทุนประกันของเราก็จะน้อยตาม เพราะฉะนั้น ถ้าหากใครต้องการจะทำประกัน ก็ควรตรวจสอบความคุ้มครองให้ดีเสียก่อน ว่าคุณพึงพอใจหรือไม่

การซื้อประกันแพง ๆ มีข้อดีหรือไม่?

สำหรับการเลือกทุนประกัน 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม  นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะ  เพราะคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า  เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นครั้งใด ไม่ว่าจะเป็น  รถยนต์หาย  เกิดไฟไหม้  หรือแม้กระทั่ง เกิดอุบัติเหตุก็ตาม  คุณก็จะได้รับการดูแลจากบริษัทประกัน พร้อมทั้ง คุณจะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันไปแบบเต็ม ๆ ซึ่งในกรณีนี้บ่งบอกได้ว่า คุณจะมีความเสี่ยงน้อยนั่นเอง แต่ถ้าหากใครอยากจะลดทุนประกันลงมาเพื่อให้มีความเหมาะสม  สามารถเลือกทุนประกันแบบ 80 เปอร์เซ็นต์ ได้เช่นกันค่ะ

ทำไมถึงต้องเลือกทุนประกันแค่ 80 เปอร์เซ็นต์?

ส่วนใหญ่แล้ว บริษัทประกันที่รู้ว่าคุณต้องการทุนประกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ก็มักจะไม่ทำทุนประกัน 80 เปอร์ซ็นต์ให้ เนื่องจาก ทางบริษัทประกันจะต้องเผื่อค่าเสื่อมสภาพของรถยนต์เอาไว้ด้วย นอกจากนี้  ทางบริษัทยังต้องการให้ผู้ประกันนั้น ได้มีความรับผิดชอบร่วมด้วยส่วนหนึ่ง  เพื่อที่จะให้ผู้ใช้รถยนต์ขับขี่โดยไม่ประมาทนั่นเอง  ซึ่งถ้าหากผู้ทำประกันรถยนต์ สามารถขับขี่รถได้อย่างปลอดภัย  การจ่ายทุนประกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ก็นับได้ว่าแพงไปอย่างแน่นอน

หากเป็นคนที่ไม่ชอบไปไหน จอดรถไว้ที่บ้านนิจ ทำประกันจะคุ้มค่าไหม?

การจัดทำประกันรถยนต์ หากจะสอบถามแต่ละคน ก็อาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน  บางคนทำประกันแล้วก็ไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากการทำประกันเลย  ส่งผลทำให้สามารถมองในแง่มุมที่ว่า  ทำประกันแล้วไม่ได้รับผลประโยชน์ ถือได้ว่าเป็นการเสียเงินเสียทองไปโดยเปล่าประโยชน์  แต่สำหรับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำประกัน  ก็มักจะมองว่า สิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น  เพราะฉะนั้นแล้ว ต่อให้คุณจะได้รับผลประโยชน์หรือไม่ก็ตาม หากคุณทำประกันรถยนต์เอาไว้ ถือได้ว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่วันนี้ก็วันข้างหน้า  ซึ่งการทำประกันรถยนต์ประเภทต่าง ๆ คุณยังคงสามารถพิจารณาได้จากหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็น  ราคา , พฤติกรรมการขับขี่ , หรือแม้กระทั่งเงื่อนไขและรายละเอียดผ่านการคุ้มครอง ซึ่งต่อให้คุณทำประกันแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่เกิดอุบัติเหตุในวันข้างหน้าด้วยเช่นกัน ต่อให้คุณทำประกันไว้แล้ว คุณก็ควรที่จะขับขี่รถยนต์ด้วยความไม่ประมาท เคารพกฎจราจรเป็นหลัก  เพื่อที่จะลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุให้ลดน้อยลงไปได้นั่นเอง

หากเราขับรถชนท้าย  ถือว่าเราเป็นฝ่ายที่ผิดเสมอไป จริงหรือไม่?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง หลายคนอาจจะคิดเหมือน ๆ กันว่า  รถที่วิ่งตามมาข้างหลัง มักจะเป็นฝ่ายผิดอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป  เพราะถ้าหากเราพิจารณาถึงวิธีการขับขี่แล้ว เราจะพบว่า  รถคันหลัง จะสามารถระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า ส่วนการเว้นระยะ ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้มากยิ่งขึ้น  เนื่องจากรถคันหน้าอาจจะพบเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด  ส่งผลทำให้ต้องเบรกกะทันหัน  การเว้นระยะจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในกรณีนี้

การชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการชน

สำหรับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชนกันนั้น จะพิจารณาจากต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น  ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้กระทั่ง พนักงานจากบริษัทประกันรถยนต์ ที่เข้ามาดูแลความปลอดภัย  จะพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่วมกับหลักฐานต่าง ๆ ที่มี หรือแม้กระทั่งผู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง

หากเจอเหตุการณ์ น้ำท่วมรถ จะสามารถเคลมประกันได้หรือไม่?

ส่วนใหญ่แล้ว อาจจะต้องพิจารณาว่า ผู้ทำประกันภัยรถยนต์ ได้ทำประกันภัยรถยนต์ในรูปแบบไหน  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วภัยจากน้ำท่วม มักจะไม่ได้รับค่าชดเชยจากประกันภัยประเภท พรบ.  ซึ่งในส่วนของประกันภัยชั้น 2 และ ชั้น3 อาจจะทำการเคลมประกัน ในกรณีที่เกิดน้ำท่วมได้ แต่ต้องดูข้อเสนอและรายละเอียดภายในกรมธรรม์ด้วย ซึ่งถ้าหากเคลมได้ ก็อาจจะได้วงเงินค่าชดเชยที่น้อยกว่า นั่นเอง  ซึ่งในกรณีที่บริษัทประกันภัย ได้ทำการประเมินแล้วว่า การส่งซ่อม ไม่สามารถซ่อมรถให้กลับมาเหมือนเดิมได้  ทางบริษัทประกัน ก็จะทำการจ่ายค่าชดเชยตามทุนประกันที่คุณได้ทำเอาไว้

หากชนแล้วไม่มีคู่กรณี จะสามารถเบิกค่าสินไหมได้หรือไม่?

จริง ๆ แล้วในกรณีนี้  ผู้ทำประกันภัยรถยนต์ จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคุ้มครองของประกันแต่ละประเภทด้วย หากพิจารณาแล้วจะพบว่า ประกันภัยชั้น 1  มักจะสามารถเรียกค่าสินไหมชดเชยความเสียหายได้  ซึ่งนับได้ว่าเป็นข้อดี ของผู้ที่ยอมจ่ายค่าทำประกันที่แพง แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ก่อนที่คุณจะทำประกันภัยรถยนต์ คุณควรพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้ประกันภัยที่ดีและเหมาะสมกับคุณอย่างมากที่สุด

หากเกิดอุบัติเหตุในขณะรอเจ้าหน้าที่ประกันรถยนต์ควรทำอย่างไรบ้าง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นครั้งใดก็ตาม คุณควรตรวจสอบตัวเองก่อนว่า มีอาการบาดเจ็บหรือไม่  หลังจากนั้นให้ทำการโทรติดต่อกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่คุณได้ทำประกันเอาไว้  ซึ่งในระหว่างนี้ ทางบริษัทประกัน จะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล และสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งแจ้งว่าจะมีการเคลมหรือไม่ และเคลมในรูปแบบไหน ซึ่งในระหว่างที่คุณต้องรอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยรถยนต์มาทำการตรวจสอบ คุณไม่ควรด่วนสรุปหรือตัดสิน ว่าใครเป็นผู้ผิด และไม่ควรตกลงทำการเซ็นสัญญาใด ๆ คุณควรหยุดรอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยรถยนต์เท่านั้น

 

การติดต่อพูดคุยกับคู่กรณีในสถานที่เกิดเหตุ

การพูดคุยกับคู่กรณีภายในสถานที่เกิดเหตุ  คุณสามารถพูดคุยดี ๆ กับคู่กรณีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้  เพราะไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่อยากจะให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกันทั้งนั้น  หากคุณมั่นใจแล้วว่า คุณเองเป็นฝ่ายผิด หากคู่กรณีต้องการจะจดชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ ของคุณ  คุณก็ควรยินยอม แต่ถ้าหากคุณเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่จะทำการจดชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ ของฝ่ายคู่กรณีเอาไว้เช่นกัน

 

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณไม่ควรพูดโวยวาย

การโวยวายใส่คู่กรณี หรือ การทำอารมณ์เสียใส่ ถือได้ว่าไม่ใช่สิ่งที่สมควร  คุณควรโฟกัสไปที่การหาหนทางแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เมื่อคุณติดต่อกับทางบริษัทประกันรถยนต์แล้ว คุณก็ควรรอให้เจ้าหน้าที่ประกันรถยนต์มาดูแล และเป็นฝ่ายจัดการและดำเนินการต่าง ๆ แทน สิ่งสำคัญก็คือ คุณไม่ควรสรุปเหตุการณ์ด้วยตัวคุณเองเป็นอันขาด

 

การถ่ายรูปในที่เกิดเหตุ

คุณสามารถถ่ายรูปในที่เกิดเหตุ ขณะที่คุณรอเจ้าหน้าที่ประกัน ซึ่งการถ่ายรูปที่ว่านี้  คุณควรถ่ายให้ละเอียดทุกด้าน  ซึ่งรูปภาพจากเหตุการณ์จริง จะสามารถช่วยในเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ กับทางบริษัทประกันได้เพิ่มเติม  แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์มาถึง  ทางด้านเจ้าหน้าที่ต้องทำการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานอยู่แล้

 

ทุนประกันภัย  คืออะไร?

ทุนประกันภัย   เปรียบเสมือนเป็นค่าสินไหม ซึ่งทางบริษัทประกันจะเป็นผู้จ่ายเงินส่วนนี้ให้กับผู้เอาประกันภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ทรัพย์สินต่าง ๆ ได้รับความเสียหายเกิน 70 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งตามหลักแล้ว การคำนวณวงเงินทุนประกันภัย มักจะมีการคำนวณจากราคากลางของตลาด หรือมีการคำนวณราคาซื้อของรถมือหนึ่ง  ซึ่งจะมีการหักค่าเสื่อมผ่านการใช้งานอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลทำให้ทุนประกันภัย จะเหลืออยู่เพียงแค่ 90 เปอร์เซ็นของราคาขายของตลาดกลางเท่านั้น

 

ทำไมรถป้ายแดงส่วนใหญ่ ถึงได้ทุนประกันภัยเพียงแค่ 80 เปอร์เซ็นต์?

ในกรณีของรถป้ายแดง ที่ได้ทุนประกันภัยเริ่มต้นเพียงแค่ 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  สืบเนื่องมาจาก หากผู้ซื้อรถยนต์ได้ทำการดาวน์รถป้ายแดงคันนี้มา  เงินดาวน์มักจะอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาเต็ม  จึงส่งผลทำให้การทำประกันภัยในแต่ละครั้ง จะมีการกำหนดทุนประกันภัยอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  ถ้าหากไม่เป็นเช่นนี้  จะส่งผลทำให้จำนวนเงินชดเชยจะมีจำนวนที่สูงกว่าราคาขายแบบเต็มจำนวน  แต่สำหรับผู้ที่ซื้อรถป้ายแดงด้วยเงินสดแบบเต็มจำนวน และไม่ได้มีการผ่อนชำระ ก็จะได้ทุนประกันภัยที่สูงสุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายโดยตรง นั่นเอง

สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยด้วยทุนประกันที่สูงกว่ามูลค่าจริง  จะส่งผลทำให้ต้องเสียเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น  จะมีการชดเชยให้แค่เพียงจำนวนที่เท่ากับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น  โดยจะมีการอ้างอิงตามราคาขายจริง หรือ อ้างอิงจากมูลค่ากลางในท้องตลาดปัจจุบันโดยตรงอีกด้วย